Search by Bank
Credit for transfer of debt
Accept Credit Cards
 
อัตราดอกเบี้ยและ
อัตราแลกเปลี่ยน
 
เวลาในประเทศ
 
สถิติเยี่ยมชมเว็บไซต์
 สถิติวันนี้ 84 คน
 สถิติเมื่อวาน 243 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
23004 คน
80284 คน
121573 คน
เริ่มเมื่อ 2015-11-16
 

โปรโมชั่นสุดฮอทประจำวัน

 
บัตรเครดิต
บัตรกดเงินสด
 สินเชื่อส่วนบุคคล
เครื่องรูดบัตรเครดิต
 ระบบชำระเงินออนไลน์
 
 
 
     

 

แบงก์ชี้ 'ลดอัตราดอกเบี้ย' ผลกระทบกำไรน้อย

แบงก์ชี้ลดอัตราดอกเบี้ย "ผลกระทบกำไรน้อย" เล็งลดต้นทุน-หารายได้อื่นทดแทน โบรกเกอร์ประเมินการว่าฉุดกำไรแบงก์ใหญ่ไม่เกิน 3% คงจะน้ำหนักลงทุนหุ้นมากกว่าตลาด

แบงก์ชี้ลดอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบรายได้และกำไรน้อยแต่จะช่วยบริหารความเสี่ยงเรื่องสำรองเพราะถ้าหากลูกค้ามีปัญหาต้องกันสำรองเพิ่มขึ้นยืนยันไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามความมั่นใจหารายได้อื่นทดแทนได้

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เผยว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง อาจจะมีผลกระทบต่อการทำกำไรบ้างแต่ก็ไม่มาก ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยที่ธนาคารก็ต้องมีการปรับลดต้นทุนการเงินพร้อมด้วยต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งมองหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทางธนาคารไม่มีแผนจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงอย่างแน่นอน


“การลดอัตราดอกเบี้ยลงครั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นแค่เพียงมาตรการหนึ่งในการส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจเท่านั้น การที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงต้องใช้ทั้งมาตรการการคลังพร้อมทั้งมาตรการการเงิน”


สำหรับสินเชื่อปีนี้มั่นใจตามคาดหมายที่ 4-6% โดยไตรมาส 2-3 จะเห็นการเติบโตของสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกเนื่องจากการลงทุนของภาครัฐจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มมากขึ้นและการส่งออกฟื้นตัวซึ่งทำให้มีความต้องการของสินเชื่อสูงขึ้นและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง


ทางด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ไทยพาณิชย์ ตัดสินใจในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภทเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ใหญ่อีก3แห่ง ที่ปรับลงแค่บางประเภท เพื่อที่จะให้การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับลูกค้าทุกกลุ่มพร้อมทั้งก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกับกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ถ้าสามารถฟื้นตัวและต่อยอดธุรกิจได้ต่อไป ก็จะเป็นการช่วยให้คุณภาพหนี้ของทางธนาคารปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาระของการตั้งสำรองหนี้เสียก็จะลดลงตาม ซึ่งจะช่วยรักษาประสิทธิภาพในการทำกำไรของทางธนาคารในที่สุด


“การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทั้งกระดาน อาจมีผลกระทบทำให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงแต่เราประเมินผลแล้วว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้อีกทั้งยังสามารถหารายได้จากส่วนอื่นๆมาทดแทนได้ดังนั้นจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบกระเทือนต่อการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ”

 
 ทางด้าน บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่าธนาคารใหญ่ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25-0.50% คาดว่าส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิของปี2560 ประมาณที่ 2-3% (บนสมมติฐาน NIM ลดลง 0.05%) อย่างไรก็ตาม ยังคงมองว่ากลุ่มธนาคาร ซึ่งโดนแรงขายรับข่าวดังกล่าวไปแล้วส่วนหนึ่งของเมื่อวานก่อน
ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ ยังคงมองว่าธนาคารใหญ่ลดอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบกำไรสุทธิปีนี้ไม่ถึง 3% จึงยังคงไม่ปรับประมาณการกำไรและราคาของเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งสอดคล้องกับ บล.โนมูระพัฒนสิน ที่ประเมินผลกระทบต่อกำไรประมาณ 1.5-3.2% เท่านั้น ขณะที่ประเด็นนี้คาดว่าจะเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีมีภาระของดอกเบี้ยที่ลดลง คาดว่าจะเป็นตัวช่วยที่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงถัดไปได้


ส่วนด้าน บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่า ผลกระทบจากการลดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ และเอ็มโออาร์ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30% ของสินเชื่อรวม จะมีผลกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread) ในปี 2560 แค่เพียง 6 เดือน หรือ นับจากไตรมาส 3 เป็นต้นไป ประมาณ 0.0625% หรือกระทบต่อกำไรของกลุ่มราว 2.5% ของประมาณการเดิม (ทุก 0.25% ที่ลดลงมีผลกระทบกำไรสุทธิของกลุ่มราว 10%) จึงกระทบราคาหุ้นธนาคารแค่ช่วงสั้นไม่เกิน 2.5-3% จึงยังคงน้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาด


ในขณะที่ราคาหุ้นของธนาคารใหญ่ปรับตัวลงสวนทางกับดัชนีหุ้นที่บวก 8.93 จุด โดยหุ้นของกสิกรไทยปิดตลาดที่ 182.50 บาทลดลง 2.50 บาทหรือ 1.35% หุ้นไทยพาณิชย์ปิดตลาดที่ 150.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.99% หุ้นกรุงเทพปิดตลาดที่ 178 บาท ลดลง 1.50 บาทหรือ  0.84% ส่วนหุ้นของกรุงไทยไม่เปลี่ยนแปลง




Copyright (c) 2006 by CREDIT-2U | Sitemap