Search by Bank
Credit for transfer of debt
Accept Credit Cards
 
อัตราดอกเบี้ยและ
อัตราแลกเปลี่ยน
 
เวลาในประเทศ
 
สถิติเยี่ยมชมเว็บไซต์
 สถิติวันนี้ 68 คน
 สถิติเมื่อวาน 243 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
22988 คน
80268 คน
121557 คน
เริ่มเมื่อ 2015-11-16
 

โปรโมชั่นสุดฮอทประจำวัน

 
บัตรเครดิต
บัตรกดเงินสด
 สินเชื่อส่วนบุคคล
เครื่องรูดบัตรเครดิต
 ระบบชำระเงินออนไลน์
 
 
 
     
 

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เตรียมแผนเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรองรับการขยายธุรกิจ


20/01/60

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เตรียมแผนมุ่งเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นขออนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ซีไอเอ็มบีที่ให้ความเชื่อมั่นในการเพิ่มทุนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งเงินกองทุนให้เพียงพอต่อการขยายธุรกิจ


โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,505,495,928 บาท จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราจัดสรร 2 หุ้นใหม่ต่อ 9 หุ้นเดิม ในราคาเสนอขาย 1 บาทต่อหุ้น


ผลการดำเนินงานธนาคารมีรายได้เติบโตดีในปี 2559 อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของ NPL ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์บางกลุ่มในระหว่างปี ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของ NPL ตามปกติตามภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในระยะฟื้นตัว ทั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากปัญหาโครงสร้างคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร

ยุทธศาสตร์หลัก 5 C's คือ Customer, Compliance, Culture, Cost และ Capital โดยทางธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อพร้อมกับเงินฝากในระดับปานกลางที่ร้อยละ 5-10 ตามภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในระยะฟื้นตัว

แผนการเติบโตของธุรกิจและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารโดยตั้งเป้าหมายที่จะกลับมามีผลกำไรในปี 2560


ธนาคารจะยังคงเป็นตลาดหลักเชิงยุทธวิธีของกลุ่มซีไอเอ็มบี ในการส่งเสริมและสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนภายในภูมิภาคอาเซียน จากการที่กลุ่มซีไอเอ็มบีมีเครือข่ายธุรกิจอยู่ในหลายประเทศเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคนี้


ขออนุมัติเพิ่มทุน
นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่พร้อมด้วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2560 อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารเพื่อพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของธนาคารอีกจำนวน 2,752,747,964.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 12,387,365,839.50 บาท เป็นจำนวน 15,140,113,803.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 5,505,495,928 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ("หุ้นที่เสนอขาย") เพื่อที่จะรองรับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนปริมาณหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) รวมทั้งอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของธนาคาร

"อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) พร้อมกับเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 ของธนาคารอยู่ที่ร้อยละ 16.1 และร้อยละ 10.7 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าระดับที่ทางการกำหนด หลังจากการทำ Rights Offering ครั้งนี้ จะทำให้ธนาคารมี BIS ratio แข็งแกร่งขึ้นเป็นร้อยละ 18.5 ซึ่งจะเป็นการเสริมความมั่นคงของฐานเงินกองทุนและงบดุลของธนาคารมากยิ่งขึ้นพร้อมรับการเติบโตของธุรกิจในปี 2560 โดยธนาคารจะเน้นยุทธศาสตร์หลัก 5 C's คือ Customer (ลูกค้า) Compliance (การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์) Culture (วัฒนธรรม) Cost (ค่าใช้จ่าย) และ Capital (เงินทุน) โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในระดับปานกลางที่ร้อยละ 5-10 จากแนวนโยบายที่คณะกรรมการธนาคารได้กำหนดและส่งเสริมการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มซีไอเอ็มบี ธนาคารมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมามีผลประกอบการกำไรในปี 2560 นี้" นายกิตติพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ธนาคารจะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารเพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของธนาคารจำนวน 5,505,495,928 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Rights Offering) ในอัตราจัดสรร 2 หุ้นใหม่ต่อ 9 หุ้นเดิม ในราคาเสนอขาย 1 บาทต่อหุ้น อนึ่ง ธนาคารกำหนดจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 ขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560

ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรปันส่วนรอบแรกให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ธนาคารจะดำเนินการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลือดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่ประสงค์จะซื้อหุ้นเกินสิทธิตามสัดส่วนการถือหุ้น ในราคาเดียวกันกับหุ้นที่ได้รับการจัดสรรปันส่วน

เต็งกู ดาโต๊ะ ศรี ซาฟรูล อาซิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มซีไอเอ็มบี กล่าวว่า "จากการที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับสภาวการณ์การประกอบธุรกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน ธนาคารจึงได้จัดการเพื่อกันสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2559 กลุ่มซีไอเอ็มบียังเชื่อมั่นว่าธนาคารจะสามารถกลับมามีกำไรอีกครั้งในปี 2560 โดยกลุ่มซีไอเอ็มบียังคงให้การสนับสนุนการดำเนินการตามแผนธุรกิจของธนาคารอย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนการเพิ่มทุนที่ประกาศในวันนี้ด้วย

ประเทศไทยมีประสิทธิภาพในการเติบโตทางธุรกิจสูง และยังคงเป็นฐานเชิงยุทธวิธีของกลุ่มซีไอเอ็มบีในการส่งเสริมและสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนภายในภูมิภาคอาเซียน จากการที่กลุ่มฯมีเครือข่ายธุรกิจอยู่ในหลายประเทศเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคนี้"

ผลประกอบการงวดปี 2559
ผลการปฏิบัติงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีรายได้จากการปฏิบัติงานจำนวน 12,928.1 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 694.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.7 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปี 2558 สาเหตุหลักเกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 16.4 และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิร้อยละ 11.4 ในขณะที่รายได้อื่นลดลงร้อยละ 37.7 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 เป็นจำนวน 5,504.6 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ร้อยละ 4.2

อย่างไรก็ตามขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2559 มีจำนวน 629.5 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2558 กำไรสุทธิมีจำนวน 1,052.4 ล้านบาท เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นในสำรองหนี้สงสัยจะสูญร้อยละ 66.6 ซึ่งการตั้งสำรองที่สูงขึ้นนั้นมาจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบางกลุ่มอุตสาหกรรมในระหว่างปีประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในระยะฟื้นตัว

เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และ 2558 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 1,388.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.4 เป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 21.8 รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 167.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.4 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกรรมเช่าซื้อและสัญญาเช่าทางการเงิน และค่าธรรมเนียมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัย และรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 862.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.7 ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของธุรกรรมบริหารเงิน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เพิ่มขึ้นจำนวน 296.2 ล้านบาทหรือร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปี 2558 สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นสุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานสำหรับปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 57.4 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 58.3 เป็นผลจากแผนการบริหารจัดการเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีผนวกกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin - NIM) อยู่ที่ร้อยละ 3.77 สำหรับปี 2559 ในขณะที่ปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 3.27 เป็นผลจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 206.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับเงินให้สินเชื่อ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 223.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากสิ้นปี 2558 ซึ่งมีจำนวน 218.4 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (the Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 92.4 จากร้อยละ 91.2 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 12.7 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้น (NPL ratio) อยู่ที่ร้อยละ 6.1 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 อยู่ที่ร้อยละ 3.1 เนื่องจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าภาคธุรกิจบางรายลดลง อย่างไรก็ตาม ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทยยังคงมาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อ และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมขึ้น ตลอดจนได้มีแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ การดำเนินการดูแล พร้อมทั้งการแก้ไขลูกหนี้ที่ถูกผลกระทบดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

อัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 อยู่ที่ร้อยละ 77.3 ลดลงจากสิ้นปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 106.5 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 เงินสำรองของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่จำนวน 9.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 3.5 พันล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หากนับรวมการขาย NPL บางส่วนออกไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2560 จะส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 อยู่ที่ร้อยละ 4.8 และอัตราส่วนเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ที่ร้อยละ 86.4 ตามลำดับ

เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มีจำนวน 38.0 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงร้อยละ 16.1 โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 10.7

 

Copyright (c) 2006 by CREDIT-2U | Sitemap