Search by Bank
Credit for transfer of debt
Accept Credit Cards
 
อัตราดอกเบี้ยและ
อัตราแลกเปลี่ยน
 
เวลาในประเทศ
 
สถิติเยี่ยมชมเว็บไซต์
 สถิติวันนี้ 331 คน
 สถิติเมื่อวาน 322 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
22650 คน
79930 คน
121219 คน
เริ่มเมื่อ 2015-11-16
 

โปรโมชั่นสุดฮอทประจำวัน

 
บัตรเครดิต
บัตรกดเงินสด
 สินเชื่อส่วนบุคคล
เครื่องรูดบัตรเครดิต
 ระบบชำระเงินออนไลน์
 
 
 
     

 

'KTB' จ่อขายหนี้หมื่นล้าน

ธนาคารกรุงไทย "จ่อขายหนี้" หมื่นล้าน บอร์ดกังวลเอ็นพีแอลพุ่งให้เร่งศึกษาตั้งเอเอ็มซี มั่นใจว่าทั้งปีสินเชื่อขยายตัวตามเป้าที่คาดหมายที่ 4-6% ระบุสัญญาณสินเชื่อฟื้นตัวดีขึ้น

 
บอร์ดธนาคารกรุงไทยกังวลเอ็นพีแอลอยู่ในระดับสูงเร่งให้หาแนวทางบริหารเพิ่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งของการขายหนี้เสียให้ศึกษาว่าควรตั้งเอเอ็มซีหรือไม่ ส่วนทางด้านผู้บริหารเผยมีแผนขายหนี้เสียในช่วงไตรมาส 3 ราว 1 หมื่นล้านบาทคาดว่าเอ็นพีแอลอาจขึ้นได้อีกและสูงสุดในช่วงไตรมาส 2 แต่ทั้งปีไม่สูงกว่าปัจจุบันที่อยู่ระดับที่ 4.28%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง โดยในฐานะประธานคณะกรรมการ ธนาคารกรุงไทย ได้กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทางฝ่ายบริหารธนาคารไปบริหารจัดการในเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูงกว่า 1 แสนล้านบาท โดยเร่งให้ไปศึกษาว่าควรที่จะมีการจัดตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์หรือเอเอ็มซีขึ้นมาเองหรือไม่หรือว่าควรขายให้รายอื่นซึ่งจะต้องดูตามความเหมาะสม


ส่วนในเรื่องของการจ่ายเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นต่างๆต้องการให้เพิ่มสัดส่วนในการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นนั้น ซึ่งการจ่ายเงินปันผลสามารถเพิ่มและลดได้โดยที่จะต้องดูสถานการณ์ของทางธนาคารในเรื่องสภาพคล่องผลการดำเนินงานพร้อมทั้งเรื่องของการลงทุนว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่


ทางด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้กล่าวว่า แนวโน้มของเอ็นพีแอลยังคงปรับขึ้นอยู่แต่ปรับขึ้นในอัตราที่ลดลงโดยคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงสุดของในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ หลังจากนั้น จะปรับลดลงโดยทั้งปีซึ่งที่จะพยายามบริหารจัดการโดยที่จะไม่ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.28%


ทั้งนี้เอ็นพีแอลที่ปรับขึ้นของในช่วงไตรมาส 1  ที่ผ่านมานั้น โดยส่วนใหญ่เป็นเอ็นพีแอลในกลุ่มโรงสีข้าวซึ่งสูงถึง 7 พันล้านบาท โดยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากลูกค้าไม่ระบายสินค้าออกมาสู่ตลาด จึงทำให้ชำระหนี้ให้กับธนาคารไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้ทางธนาคารได้ให้สินเชื่อกับผู้ส่งออกเพื่อที่จะได้มาซื้อข้าวของลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวโดยขณะนี้ทางธนาคารกำลังดำเนินการเจรจาพร้อมทั้งปรับโครงสร้างให้กับทางลูกค้าซึ่งที่จะต้องยอมรับว่าการเจรจาพร้อมทั้งปรับโครงสร้างจะต้องใช้เวลา


นายผยง ศรีวณิช ยังได้กล่าวอีกว่า ในส่วนของการบริหารหนี้ ทางธนาคารได้ศึกษาขายหนี้ออกไปซึ่งเหมือนกับธนาคารพาณิชย์เพื่อที่จะลดเอ็นพีแอลลงแต่ทว่าทางธนาคารในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเวลาที่จะดำเนินการสิ่งใด จำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบเพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดซึ่งเนื่องจากมีกฎระเบียบข้อบังคับเช่นการขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลออกไปราคาจะต้องไม่ต่ำกว่าหลักประกันเป็นต้น

นอกจากนี้ทางธนาคารยังคงต้องนโยบายระดับสูงอีกต่อไปเพื่อที่จะรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจพร้อมด้วยการรักษาอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อที่ด้อยคุณภาพ (coverate ratio) โดยในปีนี้ให้อยู่ในระดับ 120% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 112%


ซึ่งขณะที่สินเชื่อของปีนี้ยังมั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 4-6% หลังเดือนมี.ค.ซึ่งเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อเป็นบวกในเดือนแรกหลังจากที่เดือนม.ค.และ ก.พ.หดตัวไปเนื่องมาจากความต้องการสินเชื่อของทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนแต่เพราะในเดือนเม.ย.มีวันหยุดหลายวันซึ่งอาจจะชะลอลงไปบ้างแต่โดยส่วนใหญ่แล้วความต้องการสินเชื่อก็ยังมีอยู่ซึ่งยังเป็นทั้งสินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอี


ส่วนด้านนายปริญญา พัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ในฐานะผู้บริหารสายงานปรับโครงสร้างหนี้และบริหารทรัพย์สินของธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าทางธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมของการขายหนี้เสีย เพื่อลดเอ็นพีแอลโดยมีแผนจะขายราว 1 หมื่นล้านบาท ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งจะจัดแบ่งขายเป็นกองๆ พร้อมทั้งเปิดขายให้กับเอเอ็มซีทั่วไป


 “บอร์ดกรุงไทยค่อนข้างกังวลกับเอ็นพีแอลจึงเร่งให้ศึกษาเรื่องการขายหนี้เสียซึ่งที่ผ่านมาทางธนาคารมีการขายหนี้เสียออกไปบ้างแต่ไม่ค่อยที่จะขายจำนวนมากเหมือนครั้งนี้เพราะเนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจ จึงจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของรัฐวิสาหกิจด้วย ซึ่งจะมีกระบวนการที่มากกว่าการขายหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ ส่วนในเรื่องของการจัดตั้งเอเอ็มซีนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างละเอียดก่อน โดยการเปรียบเทียบกับการขายให้กับเอเอ็มซีรายอื่น ซึ่งในตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าอย่างไหนดีกว่ากันซึ่งจะต้องรอผลจากการศึกษาก่อน”


Copyright (c) 2006 by CREDIT-2U | Sitemap