Search by Bank
Credit for transfer of debt
Accept Credit Cards
 
อัตราดอกเบี้ยและ
อัตราแลกเปลี่ยน
 
เวลาในประเทศ
 
สถิติเยี่ยมชมเว็บไซต์
 สถิติวันนี้ 65 คน
 สถิติเมื่อวาน 243 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
22985 คน
80265 คน
121554 คน
เริ่มเมื่อ 2015-11-16
 

โปรโมชั่นสุดฮอทประจำวัน

 
บัตรเครดิต
บัตรกดเงินสด
 สินเชื่อส่วนบุคคล
เครื่องรูดบัตรเครดิต
 ระบบชำระเงินออนไลน์
 
 
 
     

 

กรุงศรีสร้างสถิติกำไรสุทธิ 21.4 พันล้านบาท สินเชื่อเติบโต 11.2% ในปี 2559

นายโนริอากิ โกโตะกรุงเทพฯ (20 มกราคม 2560) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลกำไรสุทธิแข็งแกร่งสำหรับปี 2559 อยู่ที่ 21.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากปี 2558 ในขณะเดียวกันสินเชื่อเติบโตสูงขึ้นถึง 11.2% สูงกว่าเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ 8-9% ทั้งนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ต้นทุนการเงินที่ปรับดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนของธนาคาร

 
สรุปผลประกอบการ (ตามงบการเงินรวม) พร้อมทั้งฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับปี 2559

การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ: เพิ่มขึ้น 11.2% หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 145.4 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558 และเพิ่มมากขึ้น 3.2% คิดเป็นจำนวน 44.9 พันล้านบาท นับจากสิ้นเดือนกันยายน 2559

การเติบโตของเงินรับฝาก: เพิ่มขึ้น 5.9% หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 62.0 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558 และเพิ่มมากขึ้น 2.1% หรือจำนวน 22.7 พันล้านบาท นับจากสิ้นเดือนกันยายน 2559

กำไรสุทธิ: เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากปี 2558

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 3.74%

รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย: เพิ่มมากขึ้น 11.7% จากปี 2558 ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากธุรกิจบริการบัตรและรายได้จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายประกัน ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากกำไรสุทธิจากธุรกรรมเพื่อค้าพร้อมด้วยปริวรรตเงินตราต่างประเทศ กำไรที่ได้จากเงินลงทุนและรายได้จากหนี้สูญรับคืน

อัตราสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้: อยู่ที่ 47.1% ระดับเดียวกับในปี 2558

สินเชื่อที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้: ซึ่งอยู่ที่ 2.21% ปรับดีขึ้นจาก 2.24% ในปี 2558 นับเป็นระดับต่ำที่สุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย

อัตราส่วนของเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้: อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 143.3%

อัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง: อยู่ที่ 14.2%

 
เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 11.2% หรือจำนวน 145.4 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนธันวาคม 2558 ทั้งนี้ในการเติบโตของเงินให้สินเชื่อในปี 2559 ปัจจัยสำคัญหลักมาจากสินเชื่อรายย่อยซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 15.9% จากความต้องการสินเชื่อรายย่อยที่ครอบคลุมทุกประเภท ในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล พร้อมทั้งการรวมสินเชื่อของ Hattha Kaksekar Limited (HKL) เนื่องจากผลสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ HKL โดยการซื้อหุ้นในอัตราส่วน 100% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดในเดือนกันยายน 2559 ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ 8.0% และ 6.5% ตามลำดับ

 
เงินรับฝากเพิ่มมากขึ้น 5.9% หรือจำนวน 62.0 พันล้านบาทนับจากสิ้นเดือนธันวาคม 2558 การเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากส่วนใหญ่เป็นผลจากเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และเงินรับฝากจาก HKL ทั้งนี้ อัตราสัดส่วนของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์กับจ่ายเงินคืนเมื่อทวงถามต่ออัตราสัดส่วนเงินรับฝากทั้งหมดอยู่ที่ 52.7% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2559

 
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 3.74% ในปี 2559

 
อัตราส่วนของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 2.21% ในขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 143.3%

 

Copyright (c) 2006 by CREDIT-2U | Sitemap