เปรียบเทียบระหว่างสินเชื่อส่วนบุคคลและวงเงินเบิกเกินบัญชีกับบัตรเครดิต

0
120

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดที่เป็นที่หนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ? สินเชื่อส่วนบุคคล วงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft : OD) และบัตรเครดิตอาจดูเหมือนคล้ายกันไปหมด แต่ทว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสามประเภทนี้มีคุณลักษณะและประโยชน์บางประการที่แตกต่างกันไป ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทใดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเลือกใดที่ดีที่สุดสำหรับคุณ? เราได้ระบุความแตกต่างหลักไว้ที่นี่แล้ว

สินเชื่อส่วนบุคคล: สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเงินกู้ที่ให้เงินก้อนหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องชำระคืนเป็นประจำในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ดอกเบี้ยจะเรียกเก็บจากยอดเงินกู้ยืมทั้งหมด

วงเงินเบิกเกินบัญชี: วงเบิกเงินเกินบัญชีโดยทั่วไปจะถูกแนบกับบัญชีการทำธุรกรรมทุกวันและทำหน้าที่เหมือนวงเงินหมุนเวียน ซึ่งช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนเพิ่มเติมเมื่อยอดเงินในบัญชีของคุณเป็นศูนย์ คุณได้รับการอนุมัติสำหรับขีด จำกัด ที่กำหนดและสามารถใช้ได้เท่าที่คุณต้องการได้ถึงขีด จำกัด นั้น คุณจะถูกเรียกเก็บเงินเฉพาะดอกเบี้ยหากคุณใช้เงินจากวงเงินเบิกเกินบัญชี

บัตรเครดิต: บัตรเครดิตเป็นเครดิตหมุนเวียน เช่นเดียวกับวงเงินเบิกเกินบัญชีที่คุณได้รับอนุมัติสำหรับวงเงินหนึ่ง ๆ และสามารถใช้จ่ายได้ถึงขีด จำกัด ในเดือนใดก็ตาม คุณต้องจ่ายเงินชำระคืนขั้นต่ำทุกเดือน หากคุณไม่ชำระยอดค้างชำระครบถ้วนในแต่ละเดือนคุณจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยจากยอดเงินที่ค้างชำระ และถ้าหากว่าคุณได้ทำรายการเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตและหากคุณไม่สามารถที่จะชำระเต็มจำนวนที่คุณได้ทำการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าซึ่งคุณจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยเต็มจำนวนของยอดเงินที่คุณได้ทำรายการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าเช่นนี้ตลอดการถือครองหนี้จากการทำรายการเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตของคุณ จนกว่าคุณจะสามารถชำระเงินโดยไม่ให้เหลือยอดคงค้างชำระของการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า เนื่องจากการคิดอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตจะมีการคิดดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปโดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ ยอดเงินคงค้างชำระที่มีการจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และยอดเงินคงค้างชำระที่มีการทำรายการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า โดยยอดเงินคงค้างชำระจากการกดเบิกถอนเงินสดล่วงหน้านี้จะเรียกว่า “สินเชื่อบัตรเครดิต” (โปรดทำความเข้าใจถึงการคิดอัตราดอกเบี้ยระหว่างบัตรเครดิตกับสินเชื่อบัตรเครดิตจะคิดดอกเบี้ยจากยอดคงค้างชำระที่แตกต่างกัน ซึ่งการคิดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิมไม่เพิ่มสูงขึ้น แต่การคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อบัตรเครดิตจะคิดจากยอดเงินคงค้างชำระจากการทำรายการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าเต็มจำนวนไปตลอดการถือครองหนี้ จนกว่าคุณจะชำระเต็มจำนวนไม่ให้มียอดคงค้างชำระจากการทำรายการเบิกถอนเงินสด)

ผลิตภัณฑ์ :

สินเชื่อบุคคล

ข้อดี :

• อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิต (ในกรณีที่ไม่สามารถชำระยอดเงินคงค้างเต็มจำนวนของบัตรเครดิตได้ในแต่ละรอบบัญชี)

• กำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่ได้ผ่อนชำระไปนั้นทั้งจำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยก็จะลดลงไปเรื่อยและมีระยะการสิ้นสุดของการเป็นหนี้

• ไม่เหมือนกับสายเครดิตหมุนเวียน ซึ่งคุณไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนอย่างต่อเนื่องซึ่งหมายความว่าคุณไม่สามารถผ่อนชำระจ่ายเงินล่วงหน้าได้หรือหากคุณปิดบัญชีก่อนครบกำหนดสัญญาเงินกู้แล้วคุณอาจจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นหรือถูกคิดค่าธรรมเนียมในการปิดบัญชีก่อนครบกำหนดสัญญา

จุดด้อย :

• การให้กู้ยืมเงินแบบเป็นทางการอาจใช้เวลานาน

• ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนที่นำเสนอจากบัตรเครดิตจำนวนมาก

• จะมีค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องเช่น ค่าธรรมเนียมการจัดสินเชื่อ ค่าอากรแสตมป์ เป็นต้น

• หนี้สินมีการแพร่กระจายในระยะเวลานานซึ่งหมายความว่าโดยทั่วไปคุณจะมีหนี้สินนานกว่าหนึ่งปีขึ้นไป

เหมาะสำหรับ :

• การใช้จ่ายที่มีต้องการเงินสดเป็นจำนวนมากเช่น เกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินสดเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่คาดคิดเช่น ค่ารักษาพยาบาล, การต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในครัวเรือน ฯลฯ เป็นต้น

• การรวมหนี้สินต่างๆ เช่น หนี้สินจากสินเชื่อบัตรเคริตและหนี้จากสินเชื่ออื่นๆ

วงเงินเบิกเกินบัญชี

ข้อดี :

 อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบัตรเครดิต (ในกรณีที่ไม่สามารถชำระยอดเงินคงค้างเต็มจำนวนของบัตรเครดิตได้ในแต่ละรอบบัญชี)

• ช่วยให้คุณจัดการกับกระแสเงินสดได้ดีขึ้นในกรณีที่เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดขึ้นหรือคาดว่ามีรายได้ที่จะเข้ามาล่าช้า

• คุณจะถูกเรียกเก็บเงินเฉพาะดอกเบี้ยหากคุณใช้เงินจากวงเงินเบิกเกินบัญชี

• ผู้ให้กู้บางรายจะไม่มีค่าธรรมเนียมการจัดสินเชื่อวงเงินเบิกเกินบัญชี

จุดด้อย :

• การเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายเป็นเหตุทำให้มีการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับเงินกู้ส่วนบุคคล

• อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินกู้ส่วนบุคคล

• การให้กู้ยืมเงินแบบเป็นทางการอาจใช้เวลานาน

• บางครั้งก็มีค่าธรรมเนียมวงเงินเบิกเกินบัญชีรายเดือน

เหมาะสำหรับ :

• การใช้จ่ายเงินเพื่ออุปโภคบริโภคขนาดเล็กเช่น ใช้จ่ายเงินน้อยกว่า 60,000 บาท

• เป็นหนี้สินระยะสั้น

• ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

บัตรเครดิต

ข้อดี :

• โดยทั่วไปขั้นตอนการอนุมัติเงินกู้ที่รวดเร็วขึ้นหมายความว่าคุณไม่ต้องรอนานเหมือนกับการที่คุณต้องการขอเงินกู้ส่วนบุคคลหรือบัญชีเบิกวงเงินเกินบัญชี

• สามารถเสนอระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 2-3 รอบบัญชี

• มักเสนอโปรแกรมส่งเสริมการขายมีโปรโมชั่นของแถมหรือได้รับเงินคืนเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร

จุดด้อย :

• อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคล (ในกรณีที่ไม่สามารถชำระยอดเงินคงค้างเต็มจำนวนของบัตรเครดิตได้ในแต่ละรอบบัญชี)

• โดยส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมรายปีการต่ออายุบัตร

• การเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายสามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น

• ถ้าคุณใช้วิธีการจ่ายเงินชำระคืนขั้นต่ำทุกเดือนหมายความว่าหนี้ของคุณสามารถอ้อยอิ่งได้และจะมีหนี้สะสมมากขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยของยอดคงค้างชำระ

เหมาะสำหรับ :

• ช้อปปิ้งประจำวัน

• การจับจ่ายใช้สอยที่น้อยกว่าเช่น 150,000 บาท หรือน้อยกว่า

CREDIT-2U มีสินเชื่อบุคคลทุกประเภทที่เสริมสภาพคล่องและเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้กับทุกๆ คน ซึ่งคุณสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันการเงินที่มีเสถียรภาพและมีชื่อเสียงระดับประเทศตามที่คุณต้องการ คุณสามารถหา » ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ « หรือพูดคุยกับหนึ่งในที่ปรึกษาการให้กู้ยืมของเราที่หมายเลข 094-294-9965 ทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 AM – 9:00 PM

อ่านบทความการเงินอื่นที่น่าสนใจ » ที่นี่

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here